มาแน่ คนละครึ่งเฟส 5 เช็ครายละเอียด

ซึ่งนายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษก กระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิ

โครงการคนละครึ่งเฟส 4 โดยจากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 27กุมภาพันธ์ 2565 ณ เวลา 23.00 น. พบว่า มีผู้ใช้สิทธิที่เป็นประชาชน

ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3 (ประชาชนกลุ่มเดิมฯ) จำนวน 25.32 ล้านราย ซึ่งมียอดใช้จ่าย 45,252.2 ล้านบาท

คนละครึ่งเฟส 5

โดยมีผู้ใช้สิทธิ์ที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 3 (ประชาชนกลุ่มใหม่ฯ) จำนวน 7.3 แสนราย

ซึ่งมียอดใช้จ่าย 825.3 ล้านบาท รวมมีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน 26.05 ล้านราย

ยอดการใช้จ่ายรวม 46,077.5 ล้านบาท แบ่งเป็น

เงินที่ประชาชนจ่าย 23,397.5 ล้านบาท

รัฐร่วมจ่าย 22,680.0 ล้านบาท

ขณะที่ยอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า ได้แก่

ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 18,937.3 ล้านบาท

ร้านธงฟ้า 8,018.6 ล้านบาท

ร้าน OTOP 2,064.1 ล้านบาท

ร้านค้าทั่วไป 16,173.6 ล้านบาท

ร้านบริการ 802.6 ล้านบาท

กิจการขนส่งสาธารณะ 81.3 ล้านบาท

โดยมีประชาชนที่ลงทะเบียนสำเร็จทั้งหมด 26.73 ล้านราย

ทั้งนี้ มีประชาชนที่กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 4 แล้ว จำนวน 25.81 ล้านราย จากจำนวนผู้ใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งเฟส 3

จำนวน 26.35 ล้านราย สำหรับผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 4 และ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วจำนวน 1.35 ล้านราย โดยเป็น

ความคืบหน้า “คนละครึ่งเฟส 5”

จากการสอบถามแหล่งข่าวจาก “ทำเนียบรัฐบาล” ระบุว่า และสถานการณ์เศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ cv 19

ซึ่งยังคงมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก “คนละครึ่งเฟส 5” น่าจะยังต้องมีต่อเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่จะออกมาช่วงไหน เดือนไหน

ทางนายกรัฐมนตรีน่าจะให้กระทรวงการคลังติดตามสถานการณ์อยู่ตอนนี้เหลือเวลาอีก 2 เดือน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีมาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐเพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายประจำวัน

ของประชาชน เป็นการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ออกแบบโครงการคนละครึ่งเฟส 4 เพื่อให้ประชาชนได้มีทุนจาก

ภาครัฐในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จำเป็นต่อการยังชีพในแต่ละวัน ร้านค้าและประชาชนต่างได้ประโยชน์จากโครงการนี้

สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยได้จริง

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า สำหรับวงเงิน “คนละครึ่งเฟส 5” จะอยู่ที่เท่าไหร่นั้น คงต้องรอดูสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจและการระบาดของ cv

ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนด้วย และที่สำคัญ คือ ฐานะการคลังของรัฐบาลด้วย

ธ.ก.ส. ปล่อย “สินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ” ให้กู้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ช่วยเกษตรและครอบครัว

สินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่าย หรือค่าลงทุน ในการเริ่มต้น ประกอบอาชีพ สนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชนเมืองและภาคชนบท จาก ธ.ก.ส.

 

 

จุดเด่น

สร้างอาชีพในระยะยาว

ระยะเวลาปลอดชำระต้นเงิน 2 ปีแรก

ช่วยเหลือจากผลกระทบ cv 19

ดอกเบี้ยต่ำมากๆ คิดที่ 4% ต่อปี ใน 3 ปีแรก

 

 

คุณสมบัติผู้กู้

เป็นบุคคลสัญชาติไทย

เป็นเกษตรกร ทายาทเกษตรกร ซึ่งบุคคลในครัวเรือนเกษตรกร

ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ CV 19 ที่มีแผนในการประกอบอาชีพเกษตร

ประกอบอาชีพการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

อาชีพนอกภาคการเกษตร ที่มีลักษณะเป็นการลงทุนค้าขายหรือเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือนซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มากนัก

 

 

อัตราดอกเบี้ย

กรณีกู้เป็นค่าใช้จ่าย และคิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ระยะเวลาชำระคืน ไม่เกิน 12 เดือน (พิเศษไม่เกิน 18 เดือน) นับแต่วันกู้

วงเงินปล่อยกู้

กู้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย

 

 

กรณีเป็นค่าลงทุนปีที่ 1-3 คิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ปีที่ 4 – 5 อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.5 ต่อปี)

กำหนดระยะเวลาชำระคืน ไม่เกิน 5 ปี โดยปลอดชำระต้นเงิน 2 ปีแรก แต่ยังต้องชำระดอกเบี้ย

Facebook Comments Box